วันอาทิตย์ที่ 15 ตุลาคม พ.ศ. 2560

13th Situation : Unexpected Way





“แล้วถ้าเป็นแบบนี้ จะยังยืนยันคำเดิมไหม?” ชาญชลดึงตัวคนข้างกายเข้ามาแล้วประกบริมฝีปากของเขาลงไป ช่วงชิงอากาศหายใจของคนข้างกายจนเธอหอบแฮกแต่ถึงอย่างนั้นเขาก็ไม่มีความคิดที่จะหยุดหนำซ้ำยังตรึงเธอเอาไว้ด้วยรสจูบที่หอมหวานและเลื่อนลอยจนเธอไม่สามารถประท้วงอะไรเขาได้

ฟาซอลขยับริมฝีปากตามจังหวะที่ชาญชลกำหนดขึ้นมา ถึงเธอจะไม่ใช่คนจูบเก่งแต่สัญชาติญาณก็บอกเธอเอาไว้ว่าควรทำแบบไหนให้ระหว่างเราไม่มีเรื่องน่าเบื่อ และเธอทำมันได้ดีมากพอที่จะปลุกอารมณ์คนเริ่มต้นจนมือของเขาเริ่มอยู่ไม่สุข คล้ายกับไม้เลื้อยพันธุ์อะไรสักอย่างที่ค่อยๆไล้ตามตัวของเธอลงไปที่ละนิด ตรวจเช็กทุกซอกทุกมุมบนร่างกายของเธอโดยที่ริมฝีปากยังไม่ผละออกไปไหน

วงแขนแกร่งช้อนตัวคนรักขึ้นก่อนจะพาเธอไปวางลงบนเตียงนอนที่เรานอนกอดกันเมื่อคืน และคืนนี้เราคงไม่ได้แค่นอนกอดกันอย่างเดียวแล้ว มือหนาดึงเสื้อชายเสื้อที่ทับอยู่ในกระโปรงสีดำออกก่อนจะสอดมือเข้าไปในเพื่อสัมผัสผิวอ่อนนุ่มที่ทำให้เขาสติของเขาล่องลอยทั้งๆที่ไม่ได้แตะแอลกอฮอล์เลยสักหยด ชาญชลไม่รู้เลยว่าใครกันแน่ที่เป็นคนคุมเกมนี้ เพราะดูเหมือนเขาที่เป็นคนเริ่มจะต้นกำลังทำร้ายล้างของฟาซอลไม่ไหวแล้ว

ใบหน้าคมคายละริมฝีปากออกแล้วเปลี่ยนเป้าหมายไปยังซอกคอขาวที่มีกลิ่นของฟาซอลอยู่ เธอเกร็งจนเขาเห็นแนวของไหปลาร้าชัดเจน เขาจึงเลือกจุดนั้นเพื่อที่จะขบกัดลงไปจนขึ้นรอยสีแดงที่ใครต่อใครเรียกมันว่าคิสมาร์ก มือของเขายังวนเวียนอยู่แถวหน้าท้องนั้นเพราะเขายังไม่กล้าจะเลื่อนขึ้นไปหรือเลื่อนต่ำลงมามากกว่านี้จนกระทั่งคนใต้ร่างยกแขนขึ้นมาโอบรอบคอเขาพร้อมส่งสายตาที่แน่วแน่แล้วว่าเธออนุญาติ

“อ๊ะ...” เธอเผลอครางออกมาในตอนที่ตะขอเสื้อชั้นในที่เพิ่งซื้อมาเมื่อวานนั้นหลุดออกจากกัน ชาญชลเลิกชายเสื้อของเธอขึ้นพร้อมกับเสื้อในจนเผยให้เห็นสิ่งที่อยู่ภายใต้มัน เขาซบหน้าลงกับหน้าอกของเธอ ซุกไซ้และสูดดมกลิ่นหอมหวานที่มันติดตัวผู้หญิงคนนี้มาตั้งแต่เกิดและมันจะฝังอยู่ในโสตประสาทของเขาไปอีกนาน ดูดดึงเพื่อให้เธอรู้สึกดีและจำได้ว่าครั้งแรกของเธอนั้นเขาทำให้เธอแบบนี้และจะไม่มีใครมาลบล้างสัมผัสนี้ไปได้

มือของเขาเลื่อนลงต่ำก่อนจะเข้าไปกระโปรงสีดำที่เขาเป็นคนเลือกให้เธอเองกับมือ สัมผัส ส่วนนั้น ที่ถูกกางเกงชั้นในปกปิดเอาไว้ ลูบคลำมันด้วยอารมณ์ที่พุ่งขึ้นสูงจนแกนกลางของเขามันเริ่มขยายตัวแล้ว คนตัวเล็กใต้ร่างของเขายังคงสะดุ้งทุกทีที่ถูกเขาสัมผัส เธอกัดริมฝีปากแน่นเพราะกลัวว่าจะส่งเสียงร้องออกมาในตอนที่เขาทำกับเธอแบบนี้

“ดะ...เดี๋ยวก่อน คุณ!” ฟาซอลร้องเสียงหลง ในจังหวะที่ชาญชลถอดกระโปรงและชั้นในของเธอออกแล้วลงลิ้นลงไปบนที่ตรงนั้น เธอแทบจะกรีดร้องด้วยความหวาดเสียวที่เหมือนกับการเหวี่ยงเธอขึ้นสูงแล้วปล่อยให้เธอตกลงมาด้วยความเร็วที่เพิ่มมากขึ้นตามกฎของการตกอย่างอิสระ ฟาซอลจิกมือลงบนผ้าปูที่นอนแน่นเพื่อระบายความเสียวซ่านที่มีอยู่ตอนนี้ เธอเม้มริมฝีปากจนชาเพราะว่าเธอไม่อยากจะส่งเสียงน่าอายออกมา

“อ๊า...” แต่ก็ไม่สามารถทำได้เลย ฟาซอลหลับตาเชิดหน้าขึ้นและแอ่นสะโพกเพื่อเร่งจังหวะความเร็วของเรียวลิ้นที่แหย่เข้าไปในรูนั่น ในจังหวะที่เธอกำลังจะถึงจุดสูงสุดแล้วชาญชลก็หยุดมัน คนข้างล่างชะงักงันด้วยความงุนงง หลุบสายตามองใบหน้าที่อยู่ระหว่างขาของเธอ ริมฝีปากหนายกยิ้มเจ้าเล่ห์ราวกับผู้ชนะที่มีผู้แพ้ที่แพ้อย่างราบคาบ

ฟาซอลคิดว่าตัวเองมันง่าย...

แต่การง่ายเพื่อให้ชาญชลชนะพนัน มันก็ดีแล้วไม่ใช่หรือไง

“หยุด...อึก...ทำไม?”

“ถ้าอยากได้มากกว่านี้ ก็บอกมาก่อนสิว่าจะไม่เลิก”

“แค่คุณใส่ๆมันเข้ามาก็จบแล้วไม่ใช่หรือไง จะต้องเรื่องมากให้เรื่องมันยาวทำไม?” ฟาซอลกล่าวอย่างหัวเสีย โดยที่เธอก็ไม่รู้ว่ามีใครบางคนที่หัวเสียกว่าเธอเพราะเห็นว่าเธอกำลังทำแบบนี้

ชาญชลหยุดการกระทำทุกอย่าง เขาเลื่อนใบหน้าขึ้นมาใกล้กับคนใต้ล่าง ใช้มือกดเธอให้จมลงกับเตียงจนเธอเบ้หน้าอย่างเจ็บปวดแต่เขาก็ไม่ได้รู้สึกผิดเลยแม้แต่น้อย

“แกจะเลิกชอบคนที่กำลังจะเอาแกหรือไง?!” เขาตะโกนใส่หน้าฟาซอลด้วยความเหลืออด ดวงตาของเธอสั่นด้วยความกลัว เขารู้ดีว่าเธอกลัวเพราะสีหน้าของเขาตอนนี้มันคงน่ากลัวกว่าครั้งไหนๆ

“ก็ถ้าคุณชนะพนันเพื่อนแล้ว เราก็เลิกแล้วต่อกันไง”

“ฟาซอล!” เจ้าของชื่อสะดุ้ง “คิดว่าที่เรากำลังทำนี่เป็นเพราะพนันบ้าๆนั่นหรือไง?”

“...”

“คิดว่าหนึ่งวันที่ผ่านมานี้เป็นเพราะคำสั่งจากเพื่อนที่อยากจะแกล้งแกหรือไง?!

“ใช่...และนี่จะเป็นสิ่งสุดท้ายแล้วที่เราจะทำเพื่อคุณ หลังจากวันพรุ่งนี้เราจะไม่ช่วยอะไรคุณอีกแล้ว คณจะต้องจัดการทุกอย่างด้วยตัวเอง”

“เราไม่เข้าใจ...” ชาญชลเอ่ยเสียงอ่อน เขาไม่เข้าใจว่าทำไมฟาซอลต้องรู้สึกแบบนั้นทั้งๆที่เขาก็อยากให้เธอทำแบบนั้นมาตลอดแต่พอเอาเข้าจริงๆ

การที่เรารู้ว่าคนที่เคยรักเรามากๆกำลังจะทิ้งเราไป

มันก็โหวงๆเหมือนกัน

“ถ้าเราไม่เคยมาใกล้คุณมากขนาดนี้ แอบดูคุณอยู่รอบนอกตลอดเราก็คงชอบคุณต่อไปได้ แต่ตอนนี้มันไม่ใช่แล้ว ตอนนี้เราชอบคุณมากเกินไป และเรากำลังจะเห็นแก่ตัวปล่อยให้คุณไปคบกับใครไม่ได้อีก เราต้องรีบหยุดความสัมพันธ์นี้ก่อนที่มันจะบานปลาย ก่อนที่เราจะเกลียดแพรวาและก่อนที่เราจะมีความคิดที่แย่งคุณมาจากเธอ”

“...”

“ความรักของเราถูกสร้างขึ้นมาเพื่อทำให้คุณมีความสุข...และถ้าเราต้องเป็นตัวปัญหาที่ก่อกวนไม่ให้คุณมีความสุข เราจะกล้าพูดว่าตัวเองรักคุณได้ยังไง” ฟาซอลร้องไห้ เหมือนกับว่าเรื่องราวความอึดอัดใจมันได้จบลงสักที

“เหอะ...” ชาญชลแค่นหัวเราะด้วยดวงตาที่คลอไปด้วยหยาดน้ำตา เขาสมเพชตัวเองเกินกว่าจะสู้หน้าใครต่อไปได้อีก

ทำร้าย...ผู้หญิงคนนี้มามากขนาดไหนกันนะ?

“ฉันเพิ่งเข้าใจ...ก็วันนี้” 

“...” เธอเงียบ ไม่มีแม้แต่เสียงสะอื้นเล็ดลอดออกมาเพื่อบอกให้เขารู้ว่าเธอฟังอยู่ตลอด

“ว่าทำไมไอ้มิคกี้ถึงไม่กลับมาคบกับเธอ”

เพราะเขาก็รู้สึกไม่ต่างจากมันเท่าไหร่

...เขารู้ซึ้งถึงประโยคเธอดีเกินไป อย่างถ่องแท้ก็วันนี้

เพราะเขาไม่กล้าที่จะรักผู้หญิงคนนี้เพราะความรักที่เต็มไปด้วยความหวังดีของเธอ

“เราจะไม่ทำ” ชาญชลลุกขึ้น เดินไปหยิบผ้าขนหนูของฟาซอลมาปิดร่างกายท่อนล่างของเธอแล้วดึงชายเสื้อสีเทาลงมาเหมือนเดิมโดยไม่สนใจใบหน้าที่เต็มไปด้วยความสงสัยของฟาซอลเลยแม้แต่น้อย ต้องบอกว่าเขาพยายามไม่สนใจต่างหาก

“...คุณ?”

“ไม่ต้องถาม แล้วลุกจากเตียงไปอาบน้ำซะ” รีบๆลุกขึ้นไปก่อนที่เขาจะเปลี่ยนใจ ก่อนที่ความสัมพันธ์ของเราจะไม่หลงเหลือแม้แต่ความเป็นเพื่อน

“จะปล่อยให้ตัวเองทรมานแบบนั้นหรือไง?” ฟาซอลถาม

“เราจะทำก็ต่อเมื่อแกเชื่อว่าที่เราทำมันเป็นเพราะความรู้สึกของเราไม่ใช่เรื่องพนันหรือความโกรธ” แต่เป็นความรู้สึกจากส่วนลึกที่เขาไม่อยากจะยอมรับแต่ก็ปฏิเสธไม่ได้หรอก...

และเขาคงไม่พูดมันออกไปแล้ว

“เราเชื่อ”

“ฟาซอล!” เขาตะโกนใส่หน้าเธอจนเธอสะดุ้ง ผีห่าซาตานตัวไหนมันเข้าสิงผู้หญิงคนนี้แล้วทำให้เธอกลายเป็นคนใจเด็ดแบบนี้กันนะ ไม่เข้าใจถึงความพยายามที่จะหักห้ามใจของเขาเลยหรือยังไง ไม่เข้าใจเหรอว่าเขาน่ะ...

เขาน่ะ...

ทำร้ายเธอไม่ลงอีกแล้ว

ถ้าจะให้พรากสิ่งสำคัญที่สุดในชีวิตของฟาซอลไปด้วยน่ะ ชาญชลก็คงรู้สึกผิดจนอยากจะเดินไปดูดบุหรี่สักสิบมวนแล้ว

“คนเป็นแฟนกัน จะทำเรื่องแบบนั้นก็ไม่ผิดไม่ใช่หรือไง?”

“ฟาซอล แกไม่กลัวเลยหรือไง?”

“กลัวสิ เราก็กลัวอยู่ตลอด ถ้าทำไปแล้วพรุ่งนี้จะเกิดอะไรขึ้น ถ้าทำไปแล้วเราจะเจ็บจนจะตายเลยหรือเปล่า แล้วคุณจะช่วยป้องกันให้เราไหม แล้วถ้าไม่ป้องกันแล้วเกิดอะไรขึ้นอนาคตข้างหน้าของเราจะเป็นยังไง เราคิดแบบนี้ตลอดเวลา”

“...”

“แต่อีกใจนึงของเราก็คิด ว่าถ้าเราทำ...คุณจะมีความสุขกับการปลดปล่อย คุณจะได้ระบายอารมณ์ แล้วอย่างน้อย คุณก็อาจจะจำเราได้ จำได้ว่าครั้งหนึ่งก็เคยมีอะไรกับผู้หญิงที่แอบรักตัวเองมาเกือบหกปี จำได้ว่าเธอคนนั้นนอนครางอยู่ใต้ร่างคุณด้วยความสุขสมและคุณก็มีความสุขแม้อาจจะเป็นช่วงเวลาไม่กี่ชั่วโมง”

“...”

“เราเลยกล้าทำ...”

“ไอ้บ้าเอ๊ย!!” เขายื่นมือไปดีดหน้าผากเธอหนึ่งทีด้วยความแรงที่เบามากที่สุดตั้งแต่เขาทำกับเธอมา อารมณ์ทุกอย่างของชาญชลหมดสิ้นไปแล้ว และเขามันใจว่าคืนนี้คงไม่มีอะไรเกิดขึ้นแน่นอน ต้องไม่มีแน่ๆ

“ห้ามคิดที่จะไปทำแบบนี้เพื่อให้ผู้ชายที่ไหนจดจำอีกนะ”

เขาคิดผิดซะที่ไหนกันล่ะ

ความจริงแล้วฟาซอลก็ยังเป็นแค่เด็ก เด็กน้อยที่ยังโตไม่พอที่จะเรียนรู้เรื่องความรัก เขาบอกแล้วว่าการรู้แต่เรื่องทฤษฎีน่ะมันไม่มากพอที่จะลงสนามจริงได้หรอก เพราะท้ายที่สุดแล้วเธอก็จะทำร้ายแต่ตัวเองเพื่อคนที่เธอรัก โดยไม่สนเลยว่าตัวเองจะเสียหายขนาดไหน

ไม่มีหรอกฟาซอลที่สุขุมเยือกเย็น มีแต่คนบ้าบิ่นที่ไม่พร้อมจะทำอะไรสักอย่างและยังตื่นตระหนกอยู่ตลอดเวลา ทุกๆด้านที่เหมือนจะเก่งของฟาซอลมันก็เป็นแค่การแสดงเท่านั้น เขาเพิ่งรู้มันก็วันนี้นี่เองว่าฟาซอลไม่เคยเป็นผู้ใหญ่ได้จริงๆอย่างที่ตัวเองพยายามทำให้คนอื่นเห็น

และเขาจะไม่ทำอะไรเด็กน้อยคนนี้หรอก...

ไม่มีวัน

จนกว่าฟาซอลจะโตขึ้นมากกว่านี้ จนกว่าเธอจะรักเขาและรักตัวเองไปได้พร้อมๆกัน...เขาไม่รู้ว่าจะมีวันนั้นหรือเปล่า


แต่ถ้ามี...เขาจะมอบความสุขให้เธอด้วยตัวของเขาเอง