“แล้วถ้าเป็นแบบนี้
จะยังยืนยันคำเดิมไหม?” ชาญชลดึงตัวคนข้างกายเข้ามาแล้วประกบริมฝีปากของเขาลงไป
ช่วงชิงอากาศหายใจของคนข้างกายจนเธอหอบแฮกแต่ถึงอย่างนั้นเขาก็ไม่มีความคิดที่จะหยุดหนำซ้ำยังตรึงเธอเอาไว้ด้วยรสจูบที่หอมหวานและเลื่อนลอยจนเธอไม่สามารถประท้วงอะไรเขาได้
ฟาซอลขยับริมฝีปากตามจังหวะที่ชาญชลกำหนดขึ้นมา
ถึงเธอจะไม่ใช่คนจูบเก่งแต่สัญชาติญาณก็บอกเธอเอาไว้ว่าควรทำแบบไหนให้ระหว่างเราไม่มีเรื่องน่าเบื่อ
และเธอทำมันได้ดีมากพอที่จะปลุกอารมณ์คนเริ่มต้นจนมือของเขาเริ่มอยู่ไม่สุข
คล้ายกับไม้เลื้อยพันธุ์อะไรสักอย่างที่ค่อยๆไล้ตามตัวของเธอลงไปที่ละนิด
ตรวจเช็กทุกซอกทุกมุมบนร่างกายของเธอโดยที่ริมฝีปากยังไม่ผละออกไปไหน
วงแขนแกร่งช้อนตัวคนรักขึ้นก่อนจะพาเธอไปวางลงบนเตียงนอนที่เรานอนกอดกันเมื่อคืน
และคืนนี้เราคงไม่ได้แค่นอนกอดกันอย่างเดียวแล้ว
มือหนาดึงเสื้อชายเสื้อที่ทับอยู่ในกระโปรงสีดำออกก่อนจะสอดมือเข้าไปในเพื่อสัมผัสผิวอ่อนนุ่มที่ทำให้เขาสติของเขาล่องลอยทั้งๆที่ไม่ได้แตะแอลกอฮอล์เลยสักหยด
ชาญชลไม่รู้เลยว่าใครกันแน่ที่เป็นคนคุมเกมนี้
เพราะดูเหมือนเขาที่เป็นคนเริ่มจะต้นกำลังทำร้ายล้างของฟาซอลไม่ไหวแล้ว
ใบหน้าคมคายละริมฝีปากออกแล้วเปลี่ยนเป้าหมายไปยังซอกคอขาวที่มีกลิ่นของฟาซอลอยู่
เธอเกร็งจนเขาเห็นแนวของไหปลาร้าชัดเจน เขาจึงเลือกจุดนั้นเพื่อที่จะขบกัดลงไปจนขึ้นรอยสีแดงที่ใครต่อใครเรียกมันว่าคิสมาร์ก
มือของเขายังวนเวียนอยู่แถวหน้าท้องนั้นเพราะเขายังไม่กล้าจะเลื่อนขึ้นไปหรือเลื่อนต่ำลงมามากกว่านี้จนกระทั่งคนใต้ร่างยกแขนขึ้นมาโอบรอบคอเขาพร้อมส่งสายตาที่แน่วแน่แล้วว่าเธออนุญาติ
“อ๊ะ...”
เธอเผลอครางออกมาในตอนที่ตะขอเสื้อชั้นในที่เพิ่งซื้อมาเมื่อวานนั้นหลุดออกจากกัน
ชาญชลเลิกชายเสื้อของเธอขึ้นพร้อมกับเสื้อในจนเผยให้เห็นสิ่งที่อยู่ภายใต้มัน
เขาซบหน้าลงกับหน้าอกของเธอ
ซุกไซ้และสูดดมกลิ่นหอมหวานที่มันติดตัวผู้หญิงคนนี้มาตั้งแต่เกิดและมันจะฝังอยู่ในโสตประสาทของเขาไปอีกนาน
ดูดดึงเพื่อให้เธอรู้สึกดีและจำได้ว่าครั้งแรกของเธอนั้นเขาทำให้เธอแบบนี้และจะไม่มีใครมาลบล้างสัมผัสนี้ไปได้
มือของเขาเลื่อนลงต่ำก่อนจะเข้าไปกระโปรงสีดำที่เขาเป็นคนเลือกให้เธอเองกับมือ
สัมผัส ‘ส่วนนั้น’ ที่ถูกกางเกงชั้นในปกปิดเอาไว้ ลูบคลำมันด้วยอารมณ์ที่พุ่งขึ้นสูงจนแกนกลางของเขามันเริ่มขยายตัวแล้ว
คนตัวเล็กใต้ร่างของเขายังคงสะดุ้งทุกทีที่ถูกเขาสัมผัส
เธอกัดริมฝีปากแน่นเพราะกลัวว่าจะส่งเสียงร้องออกมาในตอนที่เขาทำกับเธอแบบนี้
“ดะ...เดี๋ยวก่อน
คุณ!” ฟาซอลร้องเสียงหลง
ในจังหวะที่ชาญชลถอดกระโปรงและชั้นในของเธอออกแล้วลงลิ้นลงไปบนที่ตรงนั้น
เธอแทบจะกรีดร้องด้วยความหวาดเสียวที่เหมือนกับการเหวี่ยงเธอขึ้นสูงแล้วปล่อยให้เธอตกลงมาด้วยความเร็วที่เพิ่มมากขึ้นตามกฎของการตกอย่างอิสระ
ฟาซอลจิกมือลงบนผ้าปูที่นอนแน่นเพื่อระบายความเสียวซ่านที่มีอยู่ตอนนี้
เธอเม้มริมฝีปากจนชาเพราะว่าเธอไม่อยากจะส่งเสียงน่าอายออกมา
“อ๊า...”
แต่ก็ไม่สามารถทำได้เลย
ฟาซอลหลับตาเชิดหน้าขึ้นและแอ่นสะโพกเพื่อเร่งจังหวะความเร็วของเรียวลิ้นที่แหย่เข้าไปในรูนั่น
ในจังหวะที่เธอกำลังจะถึงจุดสูงสุดแล้วชาญชลก็หยุดมัน
คนข้างล่างชะงักงันด้วยความงุนงง หลุบสายตามองใบหน้าที่อยู่ระหว่างขาของเธอ
ริมฝีปากหนายกยิ้มเจ้าเล่ห์ราวกับผู้ชนะที่มีผู้แพ้ที่แพ้อย่างราบคาบ
ฟาซอลคิดว่าตัวเองมันง่าย...
แต่การง่ายเพื่อให้ชาญชลชนะพนัน
มันก็ดีแล้วไม่ใช่หรือไง
“หยุด...อึก...ทำไม?”
“ถ้าอยากได้มากกว่านี้
ก็บอกมาก่อนสิว่าจะไม่เลิก”
“แค่คุณใส่ๆมันเข้ามาก็จบแล้วไม่ใช่หรือไง
จะต้องเรื่องมากให้เรื่องมันยาวทำไม?” ฟาซอลกล่าวอย่างหัวเสีย
โดยที่เธอก็ไม่รู้ว่ามีใครบางคนที่หัวเสียกว่าเธอเพราะเห็นว่าเธอกำลังทำแบบนี้
ชาญชลหยุดการกระทำทุกอย่าง
เขาเลื่อนใบหน้าขึ้นมาใกล้กับคนใต้ล่าง
ใช้มือกดเธอให้จมลงกับเตียงจนเธอเบ้หน้าอย่างเจ็บปวดแต่เขาก็ไม่ได้รู้สึกผิดเลยแม้แต่น้อย
“แกจะเลิกชอบคนที่กำลังจะเอาแกหรือไง?!” เขาตะโกนใส่หน้าฟาซอลด้วยความเหลืออด ดวงตาของเธอสั่นด้วยความกลัว
เขารู้ดีว่าเธอกลัวเพราะสีหน้าของเขาตอนนี้มันคงน่ากลัวกว่าครั้งไหนๆ
“ก็ถ้าคุณชนะพนันเพื่อนแล้ว
เราก็เลิกแล้วต่อกันไง”
“ฟาซอล!” เจ้าของชื่อสะดุ้ง
“คิดว่าที่เรากำลังทำนี่เป็นเพราะพนันบ้าๆนั่นหรือไง?”
“...”
“คิดว่าหนึ่งวันที่ผ่านมานี้เป็นเพราะคำสั่งจากเพื่อนที่อยากจะแกล้งแกหรือไง?!”
“ใช่...และนี่จะเป็นสิ่งสุดท้ายแล้วที่เราจะทำเพื่อคุณ
หลังจากวันพรุ่งนี้เราจะไม่ช่วยอะไรคุณอีกแล้ว คณจะต้องจัดการทุกอย่างด้วยตัวเอง”
“เราไม่เข้าใจ...”
ชาญชลเอ่ยเสียงอ่อน เขาไม่เข้าใจว่าทำไมฟาซอลต้องรู้สึกแบบนั้นทั้งๆที่เขาก็อยากให้เธอทำแบบนั้นมาตลอดแต่พอเอาเข้าจริงๆ
การที่เรารู้ว่าคนที่เคยรักเรามากๆกำลังจะทิ้งเราไป
มันก็โหวงๆเหมือนกัน
“ถ้าเราไม่เคยมาใกล้คุณมากขนาดนี้
แอบดูคุณอยู่รอบนอกตลอดเราก็คงชอบคุณต่อไปได้ แต่ตอนนี้มันไม่ใช่แล้ว
ตอนนี้เราชอบคุณมากเกินไป และเรากำลังจะเห็นแก่ตัวปล่อยให้คุณไปคบกับใครไม่ได้อีก
เราต้องรีบหยุดความสัมพันธ์นี้ก่อนที่มันจะบานปลาย
ก่อนที่เราจะเกลียดแพรวาและก่อนที่เราจะมีความคิดที่แย่งคุณมาจากเธอ”
“...”
“ความรักของเราถูกสร้างขึ้นมาเพื่อทำให้คุณมีความสุข...และถ้าเราต้องเป็นตัวปัญหาที่ก่อกวนไม่ให้คุณมีความสุข
เราจะกล้าพูดว่าตัวเองรักคุณได้ยังไง” ฟาซอลร้องไห้
เหมือนกับว่าเรื่องราวความอึดอัดใจมันได้จบลงสักที
“เหอะ...”
ชาญชลแค่นหัวเราะด้วยดวงตาที่คลอไปด้วยหยาดน้ำตา
เขาสมเพชตัวเองเกินกว่าจะสู้หน้าใครต่อไปได้อีก
ทำร้าย...ผู้หญิงคนนี้มามากขนาดไหนกันนะ?
“ฉันเพิ่งเข้าใจ...ก็วันนี้”
“...” เธอเงียบ
ไม่มีแม้แต่เสียงสะอื้นเล็ดลอดออกมาเพื่อบอกให้เขารู้ว่าเธอฟังอยู่ตลอด
“ว่าทำไมไอ้มิคกี้ถึงไม่กลับมาคบกับเธอ”
เพราะเขาก็รู้สึกไม่ต่างจากมันเท่าไหร่
...เขารู้ซึ้งถึงประโยค
‘เธอดีเกินไป’ อย่างถ่องแท้ก็วันนี้
เพราะเขาไม่กล้าที่จะรักผู้หญิงคนนี้เพราะความรักที่เต็มไปด้วยความหวังดีของเธอ
“เราจะไม่ทำ”
ชาญชลลุกขึ้น
เดินไปหยิบผ้าขนหนูของฟาซอลมาปิดร่างกายท่อนล่างของเธอแล้วดึงชายเสื้อสีเทาลงมาเหมือนเดิมโดยไม่สนใจใบหน้าที่เต็มไปด้วยความสงสัยของฟาซอลเลยแม้แต่น้อย
ต้องบอกว่าเขาพยายามไม่สนใจต่างหาก
“...คุณ?”
“ไม่ต้องถาม
แล้วลุกจากเตียงไปอาบน้ำซะ” รีบๆลุกขึ้นไปก่อนที่เขาจะเปลี่ยนใจ
ก่อนที่ความสัมพันธ์ของเราจะไม่หลงเหลือแม้แต่ความเป็นเพื่อน
“จะปล่อยให้ตัวเองทรมานแบบนั้นหรือไง?”
ฟาซอลถาม
“เราจะทำก็ต่อเมื่อแกเชื่อว่าที่เราทำมันเป็นเพราะความรู้สึกของเราไม่ใช่เรื่องพนันหรือความโกรธ”
แต่เป็นความรู้สึกจากส่วนลึกที่เขาไม่อยากจะยอมรับแต่ก็ปฏิเสธไม่ได้หรอก...
และเขาคงไม่พูดมันออกไปแล้ว
“เราเชื่อ”
“ฟาซอล!” เขาตะโกนใส่หน้าเธอจนเธอสะดุ้ง
ผีห่าซาตานตัวไหนมันเข้าสิงผู้หญิงคนนี้แล้วทำให้เธอกลายเป็นคนใจเด็ดแบบนี้กันนะ
ไม่เข้าใจถึงความพยายามที่จะหักห้ามใจของเขาเลยหรือยังไง
ไม่เข้าใจเหรอว่าเขาน่ะ...
เขาน่ะ...
ทำร้ายเธอไม่ลงอีกแล้ว
ถ้าจะให้พรากสิ่งสำคัญที่สุดในชีวิตของฟาซอลไปด้วยน่ะ
ชาญชลก็คงรู้สึกผิดจนอยากจะเดินไปดูดบุหรี่สักสิบมวนแล้ว
“คนเป็นแฟนกัน
จะทำเรื่องแบบนั้นก็ไม่ผิดไม่ใช่หรือไง?”
“ฟาซอล แกไม่กลัวเลยหรือไง?”
“กลัวสิ
เราก็กลัวอยู่ตลอด ถ้าทำไปแล้วพรุ่งนี้จะเกิดอะไรขึ้น
ถ้าทำไปแล้วเราจะเจ็บจนจะตายเลยหรือเปล่า แล้วคุณจะช่วยป้องกันให้เราไหม
แล้วถ้าไม่ป้องกันแล้วเกิดอะไรขึ้นอนาคตข้างหน้าของเราจะเป็นยังไง
เราคิดแบบนี้ตลอดเวลา”
“...”
“แต่อีกใจนึงของเราก็คิด
ว่าถ้าเราทำ...คุณจะมีความสุขกับการปลดปล่อย คุณจะได้ระบายอารมณ์ แล้วอย่างน้อย
คุณก็อาจจะจำเราได้
จำได้ว่าครั้งหนึ่งก็เคยมีอะไรกับผู้หญิงที่แอบรักตัวเองมาเกือบหกปี
จำได้ว่าเธอคนนั้นนอนครางอยู่ใต้ร่างคุณด้วยความสุขสมและคุณก็มีความสุขแม้อาจจะเป็นช่วงเวลาไม่กี่ชั่วโมง”
“...”
“เราเลยกล้าทำ...”
“ไอ้บ้าเอ๊ย!!”
เขายื่นมือไปดีดหน้าผากเธอหนึ่งทีด้วยความแรงที่เบามากที่สุดตั้งแต่เขาทำกับเธอมา
อารมณ์ทุกอย่างของชาญชลหมดสิ้นไปแล้ว
และเขามันใจว่าคืนนี้คงไม่มีอะไรเกิดขึ้นแน่นอน ต้องไม่มีแน่ๆ
“ห้ามคิดที่จะไปทำแบบนี้เพื่อให้ผู้ชายที่ไหนจดจำอีกนะ”
เขาคิดผิดซะที่ไหนกันล่ะ
ความจริงแล้วฟาซอลก็ยังเป็นแค่เด็ก
เด็กน้อยที่ยังโตไม่พอที่จะเรียนรู้เรื่องความรัก
เขาบอกแล้วว่าการรู้แต่เรื่องทฤษฎีน่ะมันไม่มากพอที่จะลงสนามจริงได้หรอก
เพราะท้ายที่สุดแล้วเธอก็จะทำร้ายแต่ตัวเองเพื่อคนที่เธอรัก
โดยไม่สนเลยว่าตัวเองจะเสียหายขนาดไหน
ไม่มีหรอกฟาซอลที่สุขุมเยือกเย็น
มีแต่คนบ้าบิ่นที่ไม่พร้อมจะทำอะไรสักอย่างและยังตื่นตระหนกอยู่ตลอดเวลา
ทุกๆด้านที่เหมือนจะเก่งของฟาซอลมันก็เป็นแค่การแสดงเท่านั้น
เขาเพิ่งรู้มันก็วันนี้นี่เองว่าฟาซอลไม่เคยเป็นผู้ใหญ่ได้จริงๆอย่างที่ตัวเองพยายามทำให้คนอื่นเห็น
และเขาจะไม่ทำอะไรเด็กน้อยคนนี้หรอก...
ไม่มีวัน
จนกว่าฟาซอลจะโตขึ้นมากกว่านี้
จนกว่าเธอจะรักเขาและรักตัวเองไปได้พร้อมๆกัน...เขาไม่รู้ว่าจะมีวันนั้นหรือเปล่า
แต่ถ้ามี...เขาจะมอบความสุขให้เธอด้วยตัวของเขาเอง


ไม่มีความคิดเห็น:
แสดงความคิดเห็น